อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เละ โดน แฟรงก์เฟิร์ต ไล่บี้ 1-4

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เละ โดน แฟรงก์เฟิร์ต ไล่บี้ 1-4

   อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คนในสนาม โดน อินทรีแดงดำ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ไล่ถล่มไป 1-4 โดยเกมนี้ แดนนี่ ดา คอสต้า ฟอร์มเด่น เหมาคนเดียว 2 ประตู

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก กลุ่ม H ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เปิดบ้านพบกับ ลาซิโอ ที่สนาม คอมเมิร์ซแบงค์ อารีน่า ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2561

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ 9 คน โดนไล่บี้ พ่ายไป 1-4

   เริ่มเกมได้เพียง 3 นาทีเศษๆเท่านั้น แฟรงก์เฟิร์ต ก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วเลย จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย กุซมัน เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ดา คอสต้า แปบอลเสียบใต้คานอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   จากนั้นทั้งสองทีมก็เดินหน้าลุยต่อ จนกระทั่งนาทีที่ 23 ในที่สุด ลาซิโอ ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ จากการโต้กลับเร็วเมื่อ อิมโมบิเล่ ได้บอลแล้วกระชากจากแดนตัวเองขึ้นมากลางสนามก่อนจะไหลออกซ้ายให้ คอร์เรีย ไหลต่อให้ ปาโรโล่ ตามมาซัดตุงตาข่าย ลาซิโอ ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   แต่ถัดมาเพียง 5 นาที แฟรงก์เฟิร์ต ก็ไม่ได้ปล่อยให้ ลาซิโอ ได้ดีใจนาน เมื่อ อินทรีแดงดำ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฮัลเลอร์ กระชากบอลจนถึงเส้นหลังแล้วผ่านเข้ากลางให้ กาซิโนวิช ไหลให้ คอสติช ซัดเข้าไปเป็นประตู แฟรงก์เฟิร์ตนำอีกครั้ง 2-1

   ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกดูเหมือนว่า ลาซิโอ ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปอีกเมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเท่านั้นเมื่อ บาสต้า โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   จบครึ่งแรก แฟรงก์เฟิร์ต เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ นำไปก่อน 2-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 51 เจ้าถิ่นมาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ฮัลเลอร์ กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนจะไหลไปให้ โยวิช หลุดเข้าไปในกรอบฝั่งซ้าย แล้วชิปข้ามตัวผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าประตูไป เจ้าถิ่นทิ้งห่าง 3-1

   หลังจากที่ตามหลังถึง 2 ประตู สถานการณ์ของทีมเยือนก็เหมือนจะยิ่งเข้าสู่จุดวิกฤตหนักขึ้นไปอีกเมื่อในนาทีที่ 58 ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 9 คน เมื่อ คอร์เรีย โดนแดงไดเร็คไล่ออกจากสนามไป จากจังหวะที่เจ้าตัวเจตนาเปิดปุ่มสตั๊ดเสียบด้านหลังใส่ กุซมัน ผู้ตัดสินควักใบแดงทันที

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าถิ่นมาได้ประตูย้ำชัยชนะ 4-1 จากจังหวะที่ ทาวาธ่า พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แล้วโยนข้ามไปเสาสองให้ ดา คอสต้า แปลเข้าไปอย่างสวยงาม

   จบเกม แฟรงค์เฟิร์ต เป็นฝ่ายเปิดบ้านถล่ม ลาซิโอ 9 คน ไป 4-1

 …

สเปอร์ส แผ่วปลายโดน “งูใหญ่” เร่งแซงท้ายเกม 1-2

สเปอร์ส แผ่วปลายโดน “งูใหญ่” เร่งแซงท้ายเกม 1-2

   สเปอร์ส ไม่สามารถเก็บแต้มกลับบ้านได้ แม้จะขึ้นนำก่อน 1-0 จาก คริสเตียน อีริคเซ่น แต่มาโดน อินเตอร์ มิลาน เร่งแซงท้ายเกม 2 ประตูรวด ทำให้ ไก่เดือยทอง พ่ายไปในที่สุด 1-2 ผลบอลสด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B ที่สนาม จูเซปเป้ เมียซซ่า เมื่อวันอังคารที่ 18 กันยายน 2561

สเปอร์สขาดแกนหลักเยือน อินเตอร์

   เกมนี้สเปอร์สขาดกำลังหลักไปหลายรายทั้ง เดเล่ อัลลี่, ฮูโก้ ญอริส และมุสซ่า เดมเบเล่ ที่มีปัญหาบาดเจ็บไม่ได้ตามมาร่วมทีมในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมี โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และคีแรน ทริปเปียร์ ที่ไม่สามารถลงสนามได้

   ส่วน อินเตอร์ มิลาน ในเกมนี้ต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ส่วนแกนหลักตัวอื่นทั้ง รัดย่า เนียงโกลัน, อิวาน เปริซิช, มัตเตโอ โปลิตาโน่ และเมาโร อิคาร์ดี้ ลงสนามเต็มขุมกำลัง

สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำก่อน แต่แผ่วปลายโดน อินเตอร์แซง 1-2

   เกมในช่วงต้นเกมทั้งคู่สู้กันได้ค่อนข้างสูสี แต่ฝั่งเจ้าถิ่นครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย แต่ในนาทีที่ 13 เป็นสเปอร์สที่มีโอกาสได้ลุ้นก่อนจากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 25 หลา อีริคเซ่น ยิงบอลผ่านกำแพงไปแล้วแต่ ฮันดาโนวิช ยังพุ่งปัดบอลออกไปได้

   นาที 26 แฟนๆไก่เดือยทองใจหายวาบเมื่อ ซานเชซ โหม่งสกัดบอลผิดเหลี่ยมเกือบจะเข้าประตูตัวเอง ดีที่ ฟอร์ม ตามมาทุบบอลพ้นอันตรายได้ทัน

   นาทีที่ 37 สเปอร์สเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ เคน พาบอลหลุดเดี่ยวแล้วล็อคหนี ฮันดาโนวิช แต่ดันแตะบอลไกลตัวไปหน่อยทำให้ตามไปเล่นต่อไม่ทัน ครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 53 หลังจากครึ่งแรกมีโอกาสลุ้นอยู่หลายจังหวะแต่ยังไม่ได้ประตูซักที ในที่สุดสเปอร์สก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0  จากลูกยิงของ อีริคเซ่น จังหวะแรก อีริคเซ่น ได้ยิงไกลบอลพุ่งเกือบจะเข้ามุมแต่ ฮันดาโนวิช พุ่งมาปัดไว้ได้ แต่บอลกระดอนมาเข้าทาง ฮีริคเซ่น อีกครั้งก่อนจะยิงซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

   หลังจากเสียประตู อินเตอร์ ก็พยายามทำเกมเพื่อหวังทวงประตูคือน ในที่สุดก็มาสำเร็จจนได้ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 อาซาโมอาห์ ครอสบอลจากซ้ายไปเข้าทาง อิคาร์ดี้ ได้วอลเล่ย์ส่งบอลเข้าประตูไป ทำให้ งูใหญ่ กลับเข้าสู่เกมได้อีกครั้งไล่ตามตีเสมอ 1-1

   ต่อมาช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 90+2 จากลูกเตะมุมที่เปิดไปเสาไกลให้ เดอ ไฟรจ์ โหม่งย้อนกลับมาให้ เวซิโน่ โขกเข้าไปเป็นประตูพาอินเตอร์มิลานแซงนำสเปอร์สได้สำเร็จ 2-1 ก่อนจะจบเกมไปด้วยสกอร์นี้

 …

โอลิมเปียกอส อัด เบิร์นลีย์ 10 คนยับ 3-1 ในเกมยูโรป้าลีก

โอลิมเปียกอส 3-1 เบิร์นลีย์

เกมยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก โอลิมเปียกอส เปิดสนาม สตาดิโอ จอร์กอส คาไรสคาคิส รับการมาเยือนจากเบิร์นลีย์ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีก เกมนี้เบิร์นลีย์ที่เหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนโดนกดไปยับ 3-1 ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างจะเป็นรองเมื่อต้องกลับมาเล่นนัดสองในบ้านของตัวเอง

เกมในช่วงแรกเบิร์นลีย์สามารถต่อกรกับเจ้าถิ่นได้ค่อนข้างดี เป็นฝ่ายที่บุกทำเกมได้ค่อนข้างจะดีกว่าโอลิมเปียกอสด้วยซ้ำและยังสามารถหยุดเกมรุกของทีมเจ้าถิ่นได้อย่างอยู่หมัด แต่หลังจากผ่านช่วง 10 นาทีแรกเกมของโอลิมเปียกอสก็เหมือนจะเริ่มตั้งตัวได้และเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆได้จังหวะลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะ จนกระทั่งในนาทีที่ 19 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากการที่ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกไปเสียฟาวล์ที่ระยะ 25 หลา

แล้วก็เป็นฟอร์ทูนิสที่จัดการปั่นด้วยขวาบอลเลี้ยวข้ามกำแพงเข้าประตูไปตุงตาข่ายโอลิมเปียกอสนำไปก่อน 1-0 ในช่วงกลางครึ่งแรกเป็นทางฝั่งของเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่า สามารถทำเกมบุกกดดันเบิร์นลี่ย์ได้มากกว่า นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูที่สองจากจังหวะที่ฟอร์ทูนิส ส่งบอลออกไปทางขวาให้ลาซารอส หลุดเข้าไปครอสบอลผ่านหน้าปากประตูแต่ไม่มีใครที่ตามมาชาร์ตทัน แต่แล้วในนาทีที่ 33 โอลิมเปียกอสก็ต้องมาเสียจุดโทษให้กับทีมเยือนเมื่อกามาร่าไปเสียเหลี่ยมให้วู้ดกลายเป็นสกัดไม่โดนบอลและสุดท้ายก็ต้องเสียฟาวล์เป็นจุดโทษ และเป็น วู้ด รับหน้าที่สังหารเองไม่พลาด เบิร์นลี่ย์ ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ช่วงท้ายเกมทีมเยือนเล่นได้ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถแซงขึ้นนำได้ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้เพียงแค่สามนาทีในนาทีที่ 48 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกตั้งเตะทางฝั่งขวาฟอร์ทูนิส เปิดบอลไปเสาแรกให้ บูชาลากิส โหม่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปไม่เหลือ โอลิมเปียกอส นำอีกครั้ง 2-1

จากนั้นสถานการณ์ของเบิร์นลีย์ดูเหมือนว่าจะย่ำแย่ลงอีกเมื่อในนาทีที่ 59 ทีมเยือนต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามเมื่อกิบสัน ไปใช้มือบล็อคลูกยิงไกลของกามาร่าในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามทันที จากจังหวะทำฟาลว์นี้ทำให้ทางฝั่งของเจ้าถิ่นได้จุดโทษและเป็นฟอร์ทูนิสที่รับหน้าที่ซัดบอลเข้าประตูไป โอลิมเปียกอส นำห่างเป็น 3-1

ช่วงท้ายเกมเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้บุกมากกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกมเป็นโอลิมเปียกอสที่เปิดบ้านเอาชนะเบิร์นลีย์ไป 3-1 ในเกมยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก กุมความได้เปรียบก่อนที่จะไปเล่นนัดที่สองในบ้านของเบิร์นลีย์ จบคู่นี้เดี๋ยวเราไป วิเคราะห์บอล คู่อื่นกันต่อในครั้งหน้า…

บาเยิร์น ประเดิมสามแต้มแรก หลังเปิดบ้านดับฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1

บาเยิร์น

   ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้านัดเปิดสนาม เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เปิดสนาม อลิอันซ์ อารีน่า รับการมาเยือนจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยในเกมนี้บาเยิร์น มิวนิคต้องออกแรงเหนื่อยหน่อยกว่าจะเอาชนะได้ แต่ก็ถือว่าเป็น 3 แต้มแรกที่คุ้มค่าและยังเป็นการประเดิมชัยชนะนัดแรกในการคุมทีมของนิโก้ โควัชอีกด้วย

   เริ่มเกมมาช่วงต้นครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่ค่อยมีจังหวะหวือหวาให้ได้ลุ้นประตูกันมากนัก บาร์เยิร์น มีจังหวะได้ลุ้นนิดหน่อยจากลูกเตะมุมก็ก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 23 เป็นเสือใต้ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกเตะมุม คิมมิช เปิดบอลไปเสาแรกให้มุลเลอร์โหม่งเช็ดเข้าไปเป็นประตู บาเยิร์นออกนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 34 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่บิทเท่นคอร์ตลากบอลเข้ากลางก่อนจะจ่ายไปให้ชูลซ์ในเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วตบเข้ากลางต่อให้โจลินตันแปเน้นๆแต่บอลหลุดออกเสาไป นาทีที่ 37 บาร์เยิร์นเกือบจะได้ประตูทิ้งห่างเมื่อมุลเลอร์ให้บอลมาที่โกม็องโยกหนีกองหลังของฮอฟเฟ่นไฮม์ไปในเข้าเขตโทษก่อนจะซัดเต็มข้อ แต่เบามันน์ยังเซฟเอาไว้ได้ จบครึ่งแรกยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่นำอยู่ 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 บาเยิร์น เกือบบวกประตูที่สองได้เมื่อคิมมิชแทงบอลเข้าเขตโทษให้ เลวานดอฟสกี้สอดมายิงเข้าไปแต่ก็ไม่เป็นประตูเพราะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว แต่แล้วถัดมาอีกเพียงนาทีเดียวกลับเป็นฮอฟเฟนไฮม์ที่มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะทำชิ่งขึ้นเกมมาแล้วบอลมาอยู่ที่บิซาคซิชโดนรุมแล้วจะเสียบอลแต่เขี่ยต่อให้ซาไลที่โฉบมาเอาบอลเข้าเขตโทษก่อนจะซัดเข้าไปเป็นประตูฮอฟเฟ่นไฮม์ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1

   หลังจากนั้นฮอฟเฟนไฮม์ยังคงได้จังหวะบุกอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสได้ประตูแซงขึ้นนำในนาทีที่ 61 คาเดราเบ็คได้บอลทางฝั่งขวาก่อนจะเลือกจ่ายมาหน้าเขตโทษให้ซูเบอร์ได้จังหวะซัดไกลแต่นอยเออร์รับบอลไว้ได้ติดมือ

   เกมผ่านมาจนกระทั่งช่วงท้ายเกมนาที่ที่ 82 เป็นบาเยิร์น มิวนิคที่ทำได้ดีกว่าและมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจนได้จากลูกจุดโทษและเป็นเลวานดอฟสกี้ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ บาเยิร์นนำอีกครั้ง 2-1

   ถัดมาอีกไม่ถึงสิบนาทีเจ้าถิ่งก็มาได้ประตูปิดกล่องในนาทีที่ 90 จากจังหวะทุ่มบอลของคิมมิชมาที่มุลเลอร์กระดกต่อให้ร็อบเบนหลุดมายิงเข้าไปตุงตาข่าย บาเยิร์นบวกสกอร์เพิ่มได้เป็น 3-1 จบเกมบาเยิร์น มิวนิคเปิดบ้านเอาชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ไปได้ 3-1 ออกสตาร์ทบุนเดสลีก้าด้วย 3 คะแนนเต็ม

 …