เหยินเบิ้ลสอง บาร์เซโลน่า อัด เรอัล มาดริด 3-0 ลิ่วชิงโคปา

เหยินเบิ้ลสอง บาร์เซโลน่า อัด เรอัล มาดริด 3-0 ลิ่วชิงโคปา

   เหยินเบิ้ลสอง ต่างดาว บาร์เซโลน่า ไล่อัด ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด จากประตูของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่เบิ้ลไปคนเดียว 2 ประตู และอีกหนึ่งประตูจาก ราฟาเอล วาราน พา บาร์ซ่า เอาชนะ ราชัน ไป 3-0 รวมผลสองนัด ต่างดาว ถล่ม ราชัน ไป 4-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปป้องกันแชมป์ โคปา เดล เรย์

เหยินเบิ้ลสอง บาร์เซโลน่า อัด เรอัล มาดริด 3-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล โคปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมโอกาสครั้งแรกเป็นของ บาร์เซโลน่า ในนาทีที่ 7 เมสซี่ไหลบอลออกซ้ายให้เดมเบเล่ ส่งต่อไปที่ซัวเรซตบเข้ากลางกะจะให้เซร์กี้ โรแบร์โต้แต่โดนเรกีลอนสกัดทิ้งไปได้ก่อน

   นาทีที่ 19 มาดริด เป็นฝ่ายได้ลุ้นบ้างเมื่อเรกิลอน ได้บอลทางซ้ายแล้วไหลเข้ากลางให้เบนเซม่า ต่อด้วยวินิซิอุสในกรอบเขตโทษได้ลองยิง แต่บอลข้ามคานออกไป

   ถัดมานาทีที่ 24 เป็นโอกาสทองอีกครั้งของราชันชุดขาว แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้ประตู จากจังหวะความผิดพลาดของบาร์เซโลน่า แล้วเบนเซม่าตัดบอลได้ก่อนจะลากพาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายแล้วให้ไปหน้าปากประตู กองหลังต่างดาวสกัดพลาดไปเข้าทางวินิซิอุสซัดจ่อๆ แต่สเตเก้นยังเซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ยังเสมอกับ บาร์เซโลน่า อยู่ 0-0

   เริ่มครึ่งหลัง มาดริด เปิดเกมรุกเข้าใส่เร็วทันที จนนาทีที่ 48 ก็ได้ลุ้นจากฟรีคิก โครส เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เบนเซม่า โหม่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมดำเนินมาจนกระทั่งถึงนาทีที่ 50 ในที่สุดก็เป็น บาร์เซโลน่า ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ อัลบา แทงบอลให้ เดมเบเล่ ทางริมเส้นฝั่งซ้ายลากเข้าเขตโทษแล้วตบเข้ากลางให้ ซัวเรซ ซัดแบบไม่ต้องจับบอลเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม บาร์ซ่า นำ 1-0

   หลังจากเสียประตู เรอัลมาดริด พยายามบุกหนักทันทีเพื่อหวังจะเอาประตูคืนให้ได้ แต่เล่นไปเล่นกลับเป็นต่างดาวที่มาได้ประตูที่ 2 เพิ่ม ในนาทีที่ 69 เซมูโด้ แทงบอลให้ เดมเบเล่ ทางฝั่งขวาก่อนจะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วไหลไปหน้าปากประตูให้ ซัวเรซ ชาร์จเข้าไปเป็นประตู บาร์เซโลน่า นำห่าง 2-0

   เท่านั้นยังไม่พอ ประตูที่ 3 ของ บาร์เซโลน่า ตามมาติดๆ ในนาทีที่ 73 จากจุดโทษซึ่งเป็นจังหวะบอลสวนกลับแล้ว ซัวเรซ โดน กาเซมิโร่ สกัดล้มลงไปในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันทีแล้วก็เป็น ซัวเรซ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด

   จบเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะ เรอัล มาดริด ไป 3-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศโคปา เดล เรย์ ไปด้วยสกอร์รวม 4-1

 …

งานสบาย ราชัน บุกอัด คิโรน่า 3-1 ทะลุรอบรองฯโกปาฯ

งานสบาย ราชัน บุกอัด คิโรน่า 3-1 ทะลุรอบรองฯโกปาฯ

   งานสบาย ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะ คิโรน่า 3-1 ถึงถิ่น โดยได้ประตูจาก คาริม เบนเซม่า 2 ประตู และอีกหนึ่งประตูจาก มาร์กอส ยอเรนเต้ พา ราชัน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศรายการ โกปา เดล เรย์ ด้วยสกอร์รวม 7-3

งานสบาย ราชัน บุกอัด คิโรน่า 3-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง คิโรน่า เปิดบ้านต้อนรับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่สนาม Estadi Municipal de Montilivi ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ซึ่ง เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบโดยมีสกอร์ตุนเอาไว้จากนัดแรก 4-2

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรกราชันเป็นฝ่ายที่ครองเกมได้มากกว่าและมีโอกาสได้ลุ้นก่อนจากลูกยิงของเบนเซม่า แต่บอลไม่ตรงกรอบ ส่วน คิโรน่า ยังตั้งเกมบุกไม่ได้

   นาทีที่ 24 มาดริดได้ลุ้นจากจังหวะที่ โทนี่ โครส รับบอลมาจากมาร์เซโล่ ก่อนจะซัดด้วยขวานอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังไม่ผ่านอิไรซอซ

   เกมผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมงแรก เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เบนเซม่า ลากบอลจากริมเส้นฝั่งขวาแล้วทำชิ่งกับ คาร์บาฆาล ก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ราชัน นำก่อน 1-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 ราชัน มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวัดที่ วินิซิอุส กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะไหลย้อนมาให้ เบนเซม่า จับบอลแล้วซัดด้วยขวา บอลโค้งเข้าเสาไกล อิไรซอซ หมดสิทธิ์เซฟ

   จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบอยู่ 2-0 สกอร์รวมตอนนี้เป็น 6-2

   ครึ่งหลัง ราชัน ที่ได้ประตูนำห่าง 2-0 ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาบุกมากเท่าไหร่นัก จะใช้การครองบอลตั้งเกมไปเรื่อยๆ ส่วนทางด้านเจ้าถิ่นก็แทบจะไม่มีโอกาสได้บุกเลยด้วยซ้ำ

   แต่นาทีที่ 72 คิโรน่า ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะสวนกลับเร็ว ปาชอน ไหลบอลให้ เปโดร ปอร์โร่ ทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะหลุดเข้าไปยิงเป็นประตู เจ้าถิ่นไล่ตามมา 2-1

   ซึ่ง ราชัน ก็ไม่ได้ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ใจนานนักเมื่อถัดมาอีก 4 นาที ก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 เซบาญอส ลากบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายไปให้ ยอเรนเต้ แต่งบอลแล้วยิงด้วยขวานอกกรอบที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไป

   เกมหลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก ทำให้จบเกม ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเอาชนะ คิโรน่า ไป 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ ด้วยสกอร์รวม 7-3

 

 …

เปิดฉากสวย บาเยิร์น บุกอัด ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1 เปิดครึ่งฤดูกาลอย่างสวยงาม

เปิดฉากสวย บาเยิร์น บุกอัด ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1 เปิดครึ่งฤดูกาลอย่างสวยงาม

   เปิดฉากสวย เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เปิดฉากครึ่งฤดูกาลหลังได้อย่างสวยงาม หลังจากบุกไปเอาชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1 จากความยอดเยี่ยมของ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ที่เหมาคนเดียวถึง 2 ประตู และอีกหนึ่งประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้ เสือใต้ ชนะในลีกเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน ยึดรองจ่าฝูงได้สำเร็จ โดยมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง ดอร์ทมุนด์ เหลือห่างเพียง 3 แต้มชั่วคราว

เปิดฉากสวย บาเยิร์น บุกอัด ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1

   ศึกฟุตอบล บุนเดสลีก้า 2018/19 ฮอฟเฟ่นไฮม์ เปิดบ้านต้อนรับ บาเยิร์น มิวนิค ที่สนาม พรีซีโร่ อารีน่า ในวันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 ดูบอลออนไลน์

   ฮอฟเฟ่นไฮม์ ไม่แพ้ในลีก 10 นัดติดต่อกัน ซึ่ง 4 นัดแรกชนะรวด แต่อีก 6 นัดหลังเสมอรวด ส่วน บาเยิร์น มิวนิค ก่อนเบรคฟอร์มค่อนข้างแรงเลยทีเดียวเพราะพวกเขาชนะในลีกมา 5 เกมติดแล้วเช่นกัน

   เริ่มเกม ฮอฟเฟ่นไฮม์ บุกจากขวาไปซ้ายและได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 4 จากฟรีคิก เดมีร์บาย เปิดบอลเข้ากลางให้ ครามาริช โหม่งได้ตรงกรอบแต่ นอยเออร์ รับบอลเอาไว้ได้

   จากนั้น บาเยิร์น เริ่มตั้งเกมได้ ในนาทีที่ 11 จังหวะนี้ อลาบา ที่เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เลวานดอฟสกี้ จัดการวอลเลย์ทันที บอลเฉี่ยวเสาไกลออกไปอย่างนาเสียดาย

   และนาทีที่ 34 ประตูแรกของเกมก็มาจนได้ ซึ่งประตูนี้เป็นของ พี่เสือ นั่นเอง เมื่อ โกมัน ได้บอลกราบฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เลวานดอฟสกี้ โขกบอลลงพื้นแต่ เบามันน์ ยังพุ่งปัดได้ทัน บอลกระดอนไปเข้าทาง โกเร็ตซ์ก้า ยิงซ้ำดาบสองบอลแฉลบ โฟกท์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปจนได้ บาเยิร์น นำก่อน 1-0

   ช่างทดเจ็บครึ่งแรก เสือใต้ มาได้ประตูที่ 2 เพิ่มอีกหนึ่งประตู จากจังหวะสวนกลับ อลาบา พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้าไปในกรอบโทษให้ โกเร็ตซ์ก้า วิ่งมาซัดด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม จบครึ่งแรก บาเยิร์น นำ 2-0

   ครึ่งหลัง ฮอฟเฟ่นไฮม์ มาได้ประตูไล่มาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 59 จากจังหวะสวนกลับ โชลินตอน ให้บอลไปที่ บิทเท่นคอร์ท ก่อนจะโยนไปขวาให้ ชูลซ์ แต่งบอลแล้ววอลเลย์ด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลตกพื้นพุ่งหนีมือ นอยเออร์ เสียบเสาไกลเข้าประตูไป

   แต่ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เสือใต้ มาได้ประตูปิดกล่องในนาทีที่ 87 จากความยอดเยี่ยมของ ฮาเมส ที่หลอกเหมือนจะยิงไกลแต่กลับเปิดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ มุลเลอร์ ส่งต่อไปหน้าประตูให้ เลวานดอฟสกี้ ซัดทันทีเป็นประตู บาเยิร์น นำ 3-1

   จบเกม เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค บุกไปเอาชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1

 …

ลาลีกา เสปน พรีวิว บาร์เซโลน่า พบ เซลต้า บีโก้

ลาลีกา เสปน พรีวิว บาร์เซโลน่า พบ เซลต้า บีโก้

   ลาลีกา เสปน 2018/19 บาร์เซโลน่า เปิดบ้านพบ เซลต้า บีโก้ ที่สนาม คัมป์ นู ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 00:30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

18/04/18 เซลต้า บีโก้ 2-2 บาร์เซโลน่า

12/01/18 บาร์เซโลน่า 5-0 เซลต้า บีโก้

05/01/18 เซลต้า บีโก้ 1-1 บาร์เซโลน่า

02/12/17 บาร์เซโลน่า 2-2 เซลต้า บีโก้

05/03/17 บาร์เซโลน่า 5-0 เซลต้า บีโก้

ลาลีกา ความพร้อมของ บาร์เซโลน่า กับ เซลต้า บีโก้

บาร์เซโลน่า

   เกมนี้ บาร์ซ่า ขาด โธมัส แฟร์มาเล่น กองหลังที่บาดเจ็บจนต้องพักนานร่วมเดือนจากเกมที่ ต่างดาว ถล่ม เลบานเต้ 5-0 นอกจากนี้ในรายของ ซามูแอล อุมตีตี้ กับ ราฟาเอล อัลกันตาร่า ราฟินญ่า ต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้ง

   ในขณะที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ กับ มัลคอม ซิลวา กลับมาซ้อมได้ตามปกติ ส่วน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เกนนี้ยังคงต้องนั่งเป็นสำรองอีกครั้ง

   โดย เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ นายใหญ่ บาร์เซโลน่า ยังคงไว้ใจ ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ อุสมาน เดมเบเล่ ประสานเกมรุก แดนกลางมี อีวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตูโร่ วีดาล แนวรับใช้ เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา และมี มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น เป็นมือประตู

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา, อีวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตูโร่ วีดาล, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่

เซลต้า บีโก้

   เซลต้า ไม่มี มาตีอัส เยนเซ่น ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วนในรายของ ฟรานซิสโก้ เบลตราน กับ โรเบิร์ต มาซาน พร้อมคืนสนาม

   โชเซ่ มิเกล อาเซเวโด้ การ์โดโซ่ ใช้หน้าคู่เป็น มักซี่ โกเมซ กับ ยาโก้ อัสปาส โดยมี บราอีส เมนเดซ, ฟรานซิสโก้ เบลตราน, โอคาย โยคุสลู, โซฟียาน บูฟาล ทำเกมแดนกลาง ในขณะที่ อูโก้ มาโย่, ดาบิด กอสตาส, เนสตอร์ อาเราโฮ, โรเบิร์ต มาซาน ลงคุมเกมในแนวรับ และมี รูเบน บลังโก้ ลงเฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : รูเบน บลังโก้, อูโก้ มาโย่, ดาบิด กอสตาส, เนสตอร์ อาเราโฮ, โรเบิร์ต มาซาน, บราอีส เมนเดซ, ฟรานซิสโก้ เบลตราน, โอคาย โยคุสลู, โซฟียาน บูฟาล, ยาโก้ อัสปาส, มักซี่ โกเมซ

 

 …

โกงตาย ลาซิโอ คืนชีพ คอร์เรอา ซัดทดเจ็บ ช่วยเจ๊า มิลาน 1-1

โกงตาย ลาซิโอ คืนชีพ คอร์เรอา ซัดทดเจ็บ ช่วยเจ๊า มิลาน 1-1

   โกงตาย คงไม่มีคำไหนที่จะแทนความหมายของการกลับคืนชีพของ ลาซิโอ ในเกมนี้อีกแล้ว หลังจากที่ อินทรีฟ้าขาว เกือบจะพ่ายให้กับ เอซีมิลาน 0-1 อยู่แล้ว แต่กลับได้ โจอากิน คอร์เรอา รับบทพระเอกมาซัดประตูตีเสมอให้กับ ลาซิโอ ได้ในช่วงทดเจ็บ ทำให้สุดท้ายจบเกม ลาซิโอ เสมอกับ ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

โกงตาย คอร์เรอา ซัดทดเจ็บ ลาซิโอ เจ๊า มิลาน 1-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เปิดบ้านพบกับ ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ที่สนาม โอลิมปิโก้ ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

   เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ลาซิโอ ก็เดินหน้าบุกเข้าใส่ มิลาน ทันที และก็ได้ลุ้นเลยในนาทีที่ 17 จากจังหวะที่ บาเดลจ์ วางบอลไปริมเส้นฝั่งขวาให้ มูราซิช กระชากพาบอลไปจนเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนจะผ่านไปหน้าปากประตูให้ อิมโมบิเล่ ชาร์จจ่อๆแต่ไม่โดนบอล 

   หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ผลัดกันบุกแลกกันไปมาสนุก จนกระทั่งนาทีที่ 16 มิลาน เกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ ซูโซ่ จัดการพาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตบเข้ากลางให้ ฟาบินี่ แต่ดันไม่โดน บอลหลุดมาถึง ซัลฮาโนกลู ซัดจ่อๆ น่าเสียดายที่บอลพุ่งไปชนเสา ไม่ได้ประตู

   จากนั้นนาที 29 เจ้าถิ่นดีใจเก้อ หลังจากที่ส่งบอลเข้าไปในประตูของปีศาจแดงดำได้แล้ว จากการที่ บาเดลจ์ แทงบอลไปให้ อิมโมบิเล่ ไหลต่อเข้ากลางให้ มิลินโควิช ยิงเข้าประตูไปแล้วแต่ผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้า จากจังหวะที่ อิมโมบิเล่ เล่นไปก่อนหน้านี้

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก ลาซิโอ เป็นฝ่ายที่เล่นได้เหนือกว่า มีโอกาสให้ลุ้นอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู นาทีที่ 41 หลุยส์ อัลแบร์โต้ วางบอลไปให้ ปาโรโล่ ไหลต่อไปที่ อิมโมบิเล่ ได้จังหวะซัดเต็มข้อแต่บอลยังไปติดเซฟของ ดอนนารุมม่า จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 โอกาสทองของเจ้าถิ่นที่จะได้ประตูขึ้นนำ แต่ก็พลาดไปอย่างน่าเสียดายจากจังหวะที่ มูราซิช กระชากพาบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้ ปาโรโล่ ชาร์จจ่อๆแล้ว น่าเสียดายที่ไม่โดนบอล ไม่งั้น ลาซิโอ ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างแน่นอน

   แต่แล้วเล่นไปเล่นมา กลับเป็นทีมเยือน เอซี มิลาน ที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะโต้กลับ คาลาเบรีย ได้บอลแล้วหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตบกลับมาที่ เคสซี่ วิ่งมาซัดเต็มตีน บอลพุ่งแฉลบ วัลเลซ เป็นประตู

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง มิลาน ก็พยายามอย่างหนักเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดกระทั่งถึงนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ ปีศาจแดงดำ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ประตูเลย

   แต่แล้วในช่วงทดเจ็บในที่สุด ลาซิโอ ก็สามารถเอาประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่กองหลังของ มิลาน โขกสกัดบอลไม่ขาด บอลไปเข้าทาง คอร์เรอา จัดการพักอกแล้วยิงผ่านมือ ดอนนารุมม่า เข้าไปเป็นประตูจนได้ ทำให้จบเกม ลาซิโอ เจ๊ากับ เอซี มิลาน ไป 1-1

 …

ช้างศึก ทีมชาติไทย ประกาศหมายเลขเสื้อ 23 แข้ง ลุยศึกซูซูกิคัพ

ช้างศึก ทีมชาติไทย ประกาศหมายเลขเสื้อ 23 แข้ง ลุยศึกซูซูกิคัพ

   ช้างศึก ทีมชาติไทย ได้ทำการประกาศหมายเลขเสื้อของนักเตะ ทีมชาติไทย ที่จะใส่ลงทำการแข่งขันศึกชิงแชมป์อาเซียนหรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 ที่ ทีมชาติไทย เตรียมจะประเดิมสนามพบกับ ทีมชาติติมอร์ เลสเต ในเย็นวันนี้ ซึ่งนักเตะ ทีมชาติไทย แต่ละคนจะสวมเสื้อหมายเลขอะไรบ้าง มีดังนี้

ทีมชาติไทยประกาศหมายเลขเสื้อ 23 แข้งป้องกัน แชมป์อาเซียน

  1. ฉัตรชัย บุตรพรม (ตำแหน่งผู้รักษาประตู)
  2. ชนานันท์ ป้อมบุบผา (ตำแหน่งกองหน้า)
  3. เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (ตำแหน่งกองหลังและเป็นกัปตันทีม)
  4. มิก้า ชูนวลศรี (ตำแหน่งกองหลัง)
  5. พรรษา เหมวิบูลย์ (ตำแหน่งกองหลัง)
  6. สุมัญญา ปุริสาย (ตำแหน่งกองกลาง)
  7. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (ตำแหน่งกองกลาง)
  8. อดิศักดิ์ ไกรษร (ตำแหน่งกองหน้า)
  9. มงคล ทศไกร (ตำแหน่งกองกลาง)
  10. ฟิลิป โรลเลอร์ (ตำแหน่งกองหลัง)
  11. นูรูล ศรียานเก็ม (ตำแหน่งกองกลาง)
  12. สุพรรณ ทองสงค์ (ตำแหน่งกองหลัง)
  13. ศศลักษณ์ ไหประโคน (ตำแหน่งกองหลัง)
  14. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (ตำแหน่งกองกลาง)
  15. เควิน ดีรมรัมย์ (ตำแหน่งกองหลัง)
  16. มานูเอล ทอม เบียห์ร (ตำแหน่งกองหลัง)
  17. ปกเกล้า อนันต์ (ตำแหน่งกองกลาง)
  18. ศุภชัย ใจเด็ด (ตำแหน่งกองหน้า)
  19. ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ตำแหน่งผู้รักษาประตู)
  20. กรกช วิริยอุดมศิริ (ตำแหน่งกองหลัง)
  21. ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (ตำแหน่งกองกลาง)
  22. สรรวัชญ์ เดชมิตร (ตำแหน่งกองกลาง)
  23. สรานนท์ อนุอินทร์ (ตำแหน่งผู้รักษาประตู)

   โดยช้างศึก ทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์เก่า จะประเดิมสนามนัดแรกโดยจะพบกับทีมชาติติมอร์ เลสเต ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD

   สำหรับ ทีมชาติไทย ในศึก ชิงแชมป์อาเซียน หรือ ซูซูกิ คัพ 2018 อยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติฟิลิปปินส์, ทีมชาติสิงคโปร์ และทีมชาติติมอร์ เลสเต ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มเอ ประกอบไปด้วย ทีมชาติพม่า, ทีมชาติเวียดนาม, ทีมชาติมาเลเซีย, ทีมชาติกัมพูชา และทีมชาติลาว โดยอันดับที่ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และ 2 ทีมที่ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพื่อชิงถ้วยแชมป์อาเซียน 2018  โดย ทีมชาติไทย มีโปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มดังนี้

ดูบอลสด โปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทย

ทีมชาติติมอร์ เลสเต พบ ทีมชาติไทย วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินโดนีเซีย วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ทีมชาติฟิลิปปินส์ พบ ทีมชาติไทย วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น. ณ สนามปานาอัด สเตเดี้ยม

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติสิงคโปร์ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

 …

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เละ โดน แฟรงก์เฟิร์ต ไล่บี้ 1-4

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เละ โดน แฟรงก์เฟิร์ต ไล่บี้ 1-4

   อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คนในสนาม โดน อินทรีแดงดำ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ไล่ถล่มไป 1-4 โดยเกมนี้ แดนนี่ ดา คอสต้า ฟอร์มเด่น เหมาคนเดียว 2 ประตู

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก กลุ่ม H ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เปิดบ้านพบกับ ลาซิโอ ที่สนาม คอมเมิร์ซแบงค์ อารีน่า ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2561

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ 9 คน โดนไล่บี้ พ่ายไป 1-4

   เริ่มเกมได้เพียง 3 นาทีเศษๆเท่านั้น แฟรงก์เฟิร์ต ก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วเลย จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย กุซมัน เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ดา คอสต้า แปบอลเสียบใต้คานอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   จากนั้นทั้งสองทีมก็เดินหน้าลุยต่อ จนกระทั่งนาทีที่ 23 ในที่สุด ลาซิโอ ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ จากการโต้กลับเร็วเมื่อ อิมโมบิเล่ ได้บอลแล้วกระชากจากแดนตัวเองขึ้นมากลางสนามก่อนจะไหลออกซ้ายให้ คอร์เรีย ไหลต่อให้ ปาโรโล่ ตามมาซัดตุงตาข่าย ลาซิโอ ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   แต่ถัดมาเพียง 5 นาที แฟรงก์เฟิร์ต ก็ไม่ได้ปล่อยให้ ลาซิโอ ได้ดีใจนาน เมื่อ อินทรีแดงดำ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฮัลเลอร์ กระชากบอลจนถึงเส้นหลังแล้วผ่านเข้ากลางให้ กาซิโนวิช ไหลให้ คอสติช ซัดเข้าไปเป็นประตู แฟรงก์เฟิร์ตนำอีกครั้ง 2-1

   ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกดูเหมือนว่า ลาซิโอ ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปอีกเมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเท่านั้นเมื่อ บาสต้า โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   จบครึ่งแรก แฟรงก์เฟิร์ต เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ นำไปก่อน 2-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 51 เจ้าถิ่นมาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ฮัลเลอร์ กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนจะไหลไปให้ โยวิช หลุดเข้าไปในกรอบฝั่งซ้าย แล้วชิปข้ามตัวผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าประตูไป เจ้าถิ่นทิ้งห่าง 3-1

   หลังจากที่ตามหลังถึง 2 ประตู สถานการณ์ของทีมเยือนก็เหมือนจะยิ่งเข้าสู่จุดวิกฤตหนักขึ้นไปอีกเมื่อในนาทีที่ 58 ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 9 คน เมื่อ คอร์เรีย โดนแดงไดเร็คไล่ออกจากสนามไป จากจังหวะที่เจ้าตัวเจตนาเปิดปุ่มสตั๊ดเสียบด้านหลังใส่ กุซมัน ผู้ตัดสินควักใบแดงทันที

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าถิ่นมาได้ประตูย้ำชัยชนะ 4-1 จากจังหวะที่ ทาวาธ่า พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แล้วโยนข้ามไปเสาสองให้ ดา คอสต้า แปลเข้าไปอย่างสวยงาม

   จบเกม แฟรงค์เฟิร์ต เป็นฝ่ายเปิดบ้านถล่ม ลาซิโอ 9 คน ไป 4-1

 …

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 พรีวิว นาโปลี พบ ปาร์มา

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 พรีวิว นาโปลี พบ ปาร์มา

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 ดูบอลออนไลน์ นาโปลี จะเปิดบ้านพบกับ ปาร์มา ที่สนาม สตาดิโอ ซาน เปาโล ในคืนวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

นาโปลี

เจ้าถิ่น นาโปลี เกมนี้ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งานทั้ง อามิน ยูเนส, อเล็กซ์ เมเร็ต, วลัด คิริเคส และ ฟาอูซี่ กูล็อม ที่ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

ส่วนตำแหน่งที่เหลือน่าจะไม่เปลี่ยนอะไรมากนักจากนัดที่แล้วทั้ง โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ลอเรนโซ่ อินซินเย่, ซิโมเน่ แวร์ดี้ ยังอยู่กันครบ แต่ทางด้าน ดริส เมอร์เท่นส์ เกมนี้อาจได้นั่งสำรองและเปิดโอกาสให้ อาร์คาดิอุส มิลิค ลงสนามแทน

นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาวิด ออสปิน่า, เอลเซอิด ฮีซาย, คาลิดู กูลิบาลี่, นิโคล่า มัคซิโมวิช, มาริโอ รุย, อัลลัน, มาเร็ค ฮัมซิค, โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ลอเรนโซ่ อินซินเย่, ซิโมเน่ แวร์ดี้, อาร์คาดิอุส มิลิค

ปาร์มา

   ในขณะที่ทีมเยือน เกมนี้ โรแบร์โต้ อาแวร์ซ่า กุนซือ ปาร์ม่า เลือกใช้ โรแบร์โต้ อินเกลเซ่ ยืนเป็นหน้าเป้า เสริมเกมรุกด้วย แชร์วินโญ่ กับ อมาโต้ ชิชิเร็ตติ

ส่วนในรายชอง เอมานูเอเล่ คาลาโย่ ยังคงติดโทษแบนจากการล็อคผลการแข่งขัน และ โจนาธาน เบียเบียนี่ กับ จานนี่ มูนารี่ ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ อัลแบร์โต้ กราสซี่ กองกลางเจ็บ กาลาโย่ หัวหอกก็ติดโทษแบนอยู่

นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ลุยจิ เซเป้, ซิโมเน่ ยาโคโปนี่, ริคคาร์โด้ กาโยโล่, บรูโน่ อัลเวส, มัสซิโม่ ก็อบบี้, ลูก้า ริโกนี่, เลโอ สตูลัช, อันโตนิโน่ บาริลล่า, แชร์วินโญ่, อมาโต้ ชิชิเร็ตติ, โรแบร์โต้ อินเกลเซ่

กัลโช่ เซเรีย อา วิเคราะห์เกม นาโปลี พบ ปาร์มา

สถิติการพบกันในลีกของทั้งสองทีม

10/05/15             ปาร์ม่า    2-2          นาโปลี

19/12/14             นาโปลี    2-0          ปาร์ม่า

07/04/14             ปาร์ม่า    1-0          นาโปลี

24/11/13             นาโปลี    0-1          ปาร์ม่า

27/01/13             ปาร์ม่า    1-2          นาโปลี

เกมนี้เจ้าถิ่น นาโปลี ทีมอันดับสองของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ปาร์ม่า ที่รั้งอันดับ 10 ของตาราง หากดูจากสถิติการพบกันของทั้งสองทีมนั้นผลัดกันแพ้ชนะเท่าๆกัน ผลงาน 5 นัดหลัง ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ส่วนทางด้านทีมเยือน ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2

นาโปลี เพิ่งจะเก็บชัยได้อย่างสวยงามในเกมนัดล่าสุดมาหมาดๆ เพิ่มความมั่นใจให้กับทีมไม่น้อย ดังนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่เจ้าถิ่นจะพ่ายแพ้ให้กับ ปาร์ม่า ในเกมนี้ ไม่ว่ายังไง นาโปลี มาวินแน่นอน

 …

สเปอร์ส แผ่วปลายโดน “งูใหญ่” เร่งแซงท้ายเกม 1-2

สเปอร์ส แผ่วปลายโดน “งูใหญ่” เร่งแซงท้ายเกม 1-2

   สเปอร์ส ไม่สามารถเก็บแต้มกลับบ้านได้ แม้จะขึ้นนำก่อน 1-0 จาก คริสเตียน อีริคเซ่น แต่มาโดน อินเตอร์ มิลาน เร่งแซงท้ายเกม 2 ประตูรวด ทำให้ ไก่เดือยทอง พ่ายไปในที่สุด 1-2 ผลบอลสด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B ที่สนาม จูเซปเป้ เมียซซ่า เมื่อวันอังคารที่ 18 กันยายน 2561

สเปอร์สขาดแกนหลักเยือน อินเตอร์

   เกมนี้สเปอร์สขาดกำลังหลักไปหลายรายทั้ง เดเล่ อัลลี่, ฮูโก้ ญอริส และมุสซ่า เดมเบเล่ ที่มีปัญหาบาดเจ็บไม่ได้ตามมาร่วมทีมในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมี โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และคีแรน ทริปเปียร์ ที่ไม่สามารถลงสนามได้

   ส่วน อินเตอร์ มิลาน ในเกมนี้ต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ส่วนแกนหลักตัวอื่นทั้ง รัดย่า เนียงโกลัน, อิวาน เปริซิช, มัตเตโอ โปลิตาโน่ และเมาโร อิคาร์ดี้ ลงสนามเต็มขุมกำลัง

สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำก่อน แต่แผ่วปลายโดน อินเตอร์แซง 1-2

   เกมในช่วงต้นเกมทั้งคู่สู้กันได้ค่อนข้างสูสี แต่ฝั่งเจ้าถิ่นครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย แต่ในนาทีที่ 13 เป็นสเปอร์สที่มีโอกาสได้ลุ้นก่อนจากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 25 หลา อีริคเซ่น ยิงบอลผ่านกำแพงไปแล้วแต่ ฮันดาโนวิช ยังพุ่งปัดบอลออกไปได้

   นาที 26 แฟนๆไก่เดือยทองใจหายวาบเมื่อ ซานเชซ โหม่งสกัดบอลผิดเหลี่ยมเกือบจะเข้าประตูตัวเอง ดีที่ ฟอร์ม ตามมาทุบบอลพ้นอันตรายได้ทัน

   นาทีที่ 37 สเปอร์สเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ เคน พาบอลหลุดเดี่ยวแล้วล็อคหนี ฮันดาโนวิช แต่ดันแตะบอลไกลตัวไปหน่อยทำให้ตามไปเล่นต่อไม่ทัน ครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 53 หลังจากครึ่งแรกมีโอกาสลุ้นอยู่หลายจังหวะแต่ยังไม่ได้ประตูซักที ในที่สุดสเปอร์สก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0  จากลูกยิงของ อีริคเซ่น จังหวะแรก อีริคเซ่น ได้ยิงไกลบอลพุ่งเกือบจะเข้ามุมแต่ ฮันดาโนวิช พุ่งมาปัดไว้ได้ แต่บอลกระดอนมาเข้าทาง ฮีริคเซ่น อีกครั้งก่อนจะยิงซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

   หลังจากเสียประตู อินเตอร์ ก็พยายามทำเกมเพื่อหวังทวงประตูคือน ในที่สุดก็มาสำเร็จจนได้ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 อาซาโมอาห์ ครอสบอลจากซ้ายไปเข้าทาง อิคาร์ดี้ ได้วอลเล่ย์ส่งบอลเข้าประตูไป ทำให้ งูใหญ่ กลับเข้าสู่เกมได้อีกครั้งไล่ตามตีเสมอ 1-1

   ต่อมาช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 90+2 จากลูกเตะมุมที่เปิดไปเสาไกลให้ เดอ ไฟรจ์ โหม่งย้อนกลับมาให้ เวซิโน่ โขกเข้าไปเป็นประตูพาอินเตอร์มิลานแซงนำสเปอร์สได้สำเร็จ 2-1 ก่อนจะจบเกมไปด้วยสกอร์นี้

 …

โอลิมเปียกอส อัด เบิร์นลีย์ 10 คนยับ 3-1 ในเกมยูโรป้าลีก

โอลิมเปียกอส 3-1 เบิร์นลีย์

เกมยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก โอลิมเปียกอส เปิดสนาม สตาดิโอ จอร์กอส คาไรสคาคิส รับการมาเยือนจากเบิร์นลีย์ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีก เกมนี้เบิร์นลีย์ที่เหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนโดนกดไปยับ 3-1 ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างจะเป็นรองเมื่อต้องกลับมาเล่นนัดสองในบ้านของตัวเอง

เกมในช่วงแรกเบิร์นลีย์สามารถต่อกรกับเจ้าถิ่นได้ค่อนข้างดี เป็นฝ่ายที่บุกทำเกมได้ค่อนข้างจะดีกว่าโอลิมเปียกอสด้วยซ้ำและยังสามารถหยุดเกมรุกของทีมเจ้าถิ่นได้อย่างอยู่หมัด แต่หลังจากผ่านช่วง 10 นาทีแรกเกมของโอลิมเปียกอสก็เหมือนจะเริ่มตั้งตัวได้และเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆได้จังหวะลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะ จนกระทั่งในนาทีที่ 19 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากการที่ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกไปเสียฟาวล์ที่ระยะ 25 หลา

แล้วก็เป็นฟอร์ทูนิสที่จัดการปั่นด้วยขวาบอลเลี้ยวข้ามกำแพงเข้าประตูไปตุงตาข่ายโอลิมเปียกอสนำไปก่อน 1-0 ในช่วงกลางครึ่งแรกเป็นทางฝั่งของเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่า สามารถทำเกมบุกกดดันเบิร์นลี่ย์ได้มากกว่า นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูที่สองจากจังหวะที่ฟอร์ทูนิส ส่งบอลออกไปทางขวาให้ลาซารอส หลุดเข้าไปครอสบอลผ่านหน้าปากประตูแต่ไม่มีใครที่ตามมาชาร์ตทัน แต่แล้วในนาทีที่ 33 โอลิมเปียกอสก็ต้องมาเสียจุดโทษให้กับทีมเยือนเมื่อกามาร่าไปเสียเหลี่ยมให้วู้ดกลายเป็นสกัดไม่โดนบอลและสุดท้ายก็ต้องเสียฟาวล์เป็นจุดโทษ และเป็น วู้ด รับหน้าที่สังหารเองไม่พลาด เบิร์นลี่ย์ ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ช่วงท้ายเกมทีมเยือนเล่นได้ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถแซงขึ้นนำได้ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้เพียงแค่สามนาทีในนาทีที่ 48 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกตั้งเตะทางฝั่งขวาฟอร์ทูนิส เปิดบอลไปเสาแรกให้ บูชาลากิส โหม่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปไม่เหลือ โอลิมเปียกอส นำอีกครั้ง 2-1

จากนั้นสถานการณ์ของเบิร์นลีย์ดูเหมือนว่าจะย่ำแย่ลงอีกเมื่อในนาทีที่ 59 ทีมเยือนต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามเมื่อกิบสัน ไปใช้มือบล็อคลูกยิงไกลของกามาร่าในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามทันที จากจังหวะทำฟาลว์นี้ทำให้ทางฝั่งของเจ้าถิ่นได้จุดโทษและเป็นฟอร์ทูนิสที่รับหน้าที่ซัดบอลเข้าประตูไป โอลิมเปียกอส นำห่างเป็น 3-1

ช่วงท้ายเกมเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้บุกมากกว่าแต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกมเป็นโอลิมเปียกอสที่เปิดบ้านเอาชนะเบิร์นลีย์ไป 3-1 ในเกมยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก กุมความได้เปรียบก่อนที่จะไปเล่นนัดที่สองในบ้านของเบิร์นลีย์ จบคู่นี้เดี๋ยวเราไป วิเคราะห์บอล คู่อื่นกันต่อในครั้งหน้า…